วิธีการนวดเพื่อสุขภาพ ผ่อนคลายความเครียด ทําได้ด้วยตนเอง

วิธีการนวดเพื่อสุขภาพ

อย่างที่เราพอทราบกันอยู่แล้วว่าด้วยชีวิตประจําวันที่เต็มไปด้วย ความเร่งรีบและความเครียดสารพัดที่สุมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย จนอาจทําให้เกิดโรคร้ายและอาการเจ็บป่วยตามมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถ แก้ไขได้ด้วยการนวด ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นอะไรเลยก็ควรนวดเช่นกัน เพราะเป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะนวดด้วยจุดประสงค์ใดก็แล้วแต่ก็ล้วนดีด้วยกันทั้งนั้น เราลองมาดูกันว่าการนวดนั้น สามารถอะไรได้บ้าง

วิธีการนวดเพื่อสุขภาพ ผ่อนคลายความเครียด

ความเครียดนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่นําความเหนื่อยล้ามาให้ร่างกายของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทํางานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หรือทํางานในโรงงานตลอดเวลาต่างก็มีโอกาสเผชิญกับความเครียดทั้งสิ้น ซึ่งประกอบด้วย กัน 4 ท่าดังนี้

1. ท่านวดบ่า

เป็นท่าที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณบ่าที่เกร็งตัว ช่วยทําให้เลือดขึ้น ไปเลี้ยงสมองได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นการนวดบริเวณร่องกล้ามเนื้อบ่า เริ่มจาก แนวชิดกระดูกหัวไหล่ จนถึงบริเวณฐานกระดูกต้นคอ1. เริ่มต้นจากการทําจิตใจและร่างกายให้สบาย นั่งขัดสมาธิตัวตรง2. เริ่มนวดจากแนวบ่าซ้าย โดยใช้ปลายนิ้วทั้ง 4 ของมือขวา อ้อม ไปกดในลักษณะคว่ำมือ กดบริเวณแนวนวดร่องกล้ามเนื้อบ่า ซึ่งจะนวดด้วย กัน 3 เที่ยวด้วยกัน

  • เที่ยวที่ 1 นวดจากชิดกระดูกหัวไหล่ กดไล่ขึ้นบริเวณร่องกล้ามเนื้อ ป่าไปจนถึงฐานกระดูกต้นคอ
  • เที่ยวที่ 2 กดลง กดไล่ย้อนกลับไปแนวเดิมจนถึงกระดูกหัวไหล่
  • เที่ยวที่ 3 กดขึ้น กดลักษณะเช่นเดียวกับเที่ยวที่ 1 จนถึงฐานกระดูก ต้นคอ

3. เมื่อครบแล้วก็เปลี่ยนมากดนวดสลับบ่าขวาบ้างโดยใช้วิธีการเดิม เมื่อทําครบทั้ง 2 ข้าง ก็ให้ใช้ฝ่ามือบีบคลายกล้ามเนื้อบ่าทั้ง 2 ข้าง

2. ท่านวดโค้งคอ

การนวดด้วยท่านี้มีจุดประสงค์สําคัญเพื่อคลายกล้ามเนื้อโค้งคอและส่งเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง โดยจะนวดบริเวณกล้ามเนื้อคอด้านหลังตั้งแต่บริเวณฐานคอจนถึงท้ายทอย โดยวิธีการนั้นเริ่มต้นจาก

  1. เริ่มต้นจากการทําจิตใจและร่างกายให้สบาย นั่งขัดสมาธิตัวตรง
  2. จากนั้นให้นวดโค้งคอด้านขวา โดยใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวากดในลักษณะนิ้วหัวแม่มือชี้ลงบริเวณกล้ามเนื้อโค้งคอตามแนวนวดและใช้ฝ่ามือ ซ้ายประคองไว้บริเวณหน้าผากข้างซ้าย จากนั้นก็ให้กดไล่กล้ามเนื้อบริเวณโค้งคอจากฐานคอถึงบริเวณท้ายทอย ซึ่งจะต้องกดไล่ขึ้นเพียงเท่านั้น ทําเช่นนี้จนครบ 3 เที่ยว
  3. ให้กดนวดสลับทั้งโค้งคอขวาและซ้าย เมื่อเสร็จแล้วให้ใช้ฝ่ามือบีบ คลายกล้ามเนื้อโค้งคอทั้ง 2 ข้างค่อยๆ และเบาๆ

3. ท่านวดศีรษะด้านหลัง

ท่านี้ใช้เพื่อการแก้อาการปวดศีรษะโดยเฉพาะ ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องรู้ก็คือ จุดนวดสําคัญ 3 จุด ดังต่อไปนี้

  • จุดที่ 1 อยู่ใต้ท้ายทอย ตรงรอยปุ่มใต้ฐานกะโหลกศีรษะด้านขวา
  • จุดที่ 2 อยู่ใต้ท้ายทอย ตรงรอยปุ่มใต้ฐานกะโหลกศีรษะด้านซ้าย
  • จุดที่ 3 อยู่ตรงกลางท้ายทอยระหว่างจุดที่ 1 และ 2

วิธีนวดจะนวดทีละจุดโดย

  1. เริ่มต้นจากการทําจิตใจและร่างกายให้สบาย นั่งในท่าที่สบาย
  2. จากนั้นให้เริ่มที่จุดที่ 1 ก่อน โดยใช้นิ้วหัวแม่มือขวากด ให้กดใน ลักษณะนิ้วหัวแม่มือชี้ลง ส่วนฝ่ามือซ้ายให้ใช้ประคองหน้าผากเอาไว้
  3. การนวดจุดที่ 2 ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกด โดยกดในลักษณะนิ้วหัวแม่มือชี้ลง ส่วนฝ่ามือขวาให้ใช้ประคองหน้าผากเอาไว้
  4. การนวดจุดที่ 3 ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือขวากดเช่นเดียวกับจุดที่ 1

4. ท่านวดศีรษะด้านหน้า

การนวดท่านี้มีจุดประสงค์ก็เพื่อแก้ปวดศีรษะเหมือนท่าศีรษะด้านหลัง แต่ที่แตกต่างก็คือมีการกดจุดนวดทั้งหมด 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดมีดังนี้

  • จุดที่ 1 อยู่บริเวณเหนือหัวคิ้วทั้ง 2 ข้าง
  • จุดที่ 2 อยู่บริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง
  • จุดที่ 3 อยู่บริเวณรอยต่อขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง
  • จุดที่ 4 อยู่กึ่งกลางคางใต้ริมฝีปากล่าง

วิธีการนวด

  1. เริ่มต้นจากการทําจิตใจและร่างกายให้สบาย นั่งในท่าที่สบาย
  2. ให้เริ่มจากจุดที่ 1 ก่อน โดยใช้นิ้วกลางกดพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง จากนั้นให้รูดนิ้วจากหัวคิ้วไปปลายคิ้วทั้ง 2 ข้าง ให้ทําแบบเดิมซ้ํา 3 เที่ยว
  3. ให้กดจุดที่ 2 โดยใช้นิ้วกลางกด แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือรองใต้คางทั้ง 2 ข้าง
  4. ให้กดจุดที่ 3 โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกด ในลักษณะชี้นิ้วหัวแม่มือลงกดทั้ง 2 ข้าง พร้อมกันนั้นให้ใช้นิ้วที่เหลือประคองไว้เหนือบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง

วิธีการนวดแขนด้านนอก

ท่านวดนี้จะนวดอยู่บริเวณด้านนอกของแขน โดยเริ่มจากบริเวณ ต้นแขนด้านบนจนกระทั่งถึงบริเวณข้อมือ จะเว้นบริเวณข้อศอกเท่านั้น

  1. เริ่มต้นจากการทําจิตใจและร่างกายให้สบาย นั่งในท่าขัดสมาธิ
  2. จากนั้นให้วางมือในลักษณะคว่ำมือ โดยใช้ปลายนิ้วทั้ง 4 ของมือขวากดไล่เรียงนิ้วให้ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่บริเวณต้นแขนจนกระทั่งถึงบริเวณ ข้อศอกซ้าย
  3. ส่วนบริเวณต่ำกว่าข้อศอกซ้าย ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวากดในลักษณะหงายมือ กดเรียงนิ้วต่อเนื่องกันอย่างนั้นจนกระทั่งถึงบริเวณข้อมือซ้าย
  4. ให้นวดสลับกันอย่างนี้ทั้ง 2 ข้าง หลังจากเสร็จสิ้นการนวดแล้ว ให้นวดคลายฝ่ามือ หลังมือ และนิ้วมือตามลําดับ

วิธีการนวดแก้ปวดเมื่อยขา

ขาถือว่าเป็นอวัยวะอีกอย่างหนึ่งที่เราใช้งานมากไม่น้อยกว่าแขน เพราะขาจะเป็นอวัยวะที่รับน้ําหนักของร่างกาย ยิ่งมีกิจกรรมอย่างวิ่ง เดิน ยืน เป็นเวลานานด้วยแล้ว ขาย่อมจะทํางานหนักยิ่งกว่าปกติ ดังนั้นการปวดเมื่อยย่อมเกิดขึ้นได้ จึงมีการนวดเพื่อแก้ปวดขา โดยแบ่งเป็นท่านวดขาด้านในและท่านวดขาด้านนอก

1. ท่านวดขาด้านใน

การนวดท่านี้เป็นการนวดบริเวณกึ่งกลางใต้ข้อพับเข่า ซึ่งจะมีแนวนวดอยู่ด้วยกัน 3 แนวดังต่อไปนี้

  • แนวนวดที่ 1 อยู่บริเวณกึ่งกลางขาด้านในท่อนบนชิดบริเวณขาหนีบ จนถึงบริเวณหัวเข่าด้านใน
  • แนวนวดที่ 2 อยู่บริเวณกล้ามเนื้อน่องใต้ข้อเข่าด้านข้าง แนวอยู่ชิด กระดูกสันหน้าแข้งด้านในถึงบริเวณตาตุ่มด้านใน
  • แนวนวดที่ 3 อยู่บริเวณกึ่งกลางกล้ามเนื้อน่องด้านหลังถึงเอ็นร้อยหวาย
  1. การนวดท่านี้เราจะเริ่มจากขาด้านในซ้ายก่อน โดยให้นั่งพับเพียบในลักษณะที่ขาซ้ายอยู่หน้า ส่วนขาขวาอยู่ด้านหลัง ในการนวดให้ใช้อุ้งมือขวากดเรียงนิ้วต่อเนื่องกันไปตามแนวนวดที่ 1 อาจใช้นวดในลักษณะซ้อนมือก็ได้เพื่อเพิ่มน้ําหนักการกดให้มากขึ้น
  2. จากนั้นให้นวดบริเวณกึ่งกลางใต้พับเข่า โดยใช้นิ้วหัวแม่มือขวากดในลักษณะคว่ำมือ
  3. ต่อมาให้นวดแนวนวดที่ 2 ซึ่งจะทําโดยใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวา กดในลักษณะคว่ำมือ จากนั้นให้กดเรียงนิ้วชิดกับกระดูกสันหน้าแข้งด้านใน ต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งถึงบริเวณตาตุ่มด้านใน
  4. ในการนวดแนวนวดที่ 3 ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 กดในลักษณะคว่ำมือ จากนั้นก็ให้ใช้หัวแม่มือซ้อนไขว้กด โดยกดไปตามแนวนวด
  5. หลังจากการนวดขาด้านในเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นวดคลายฝ่าเท้าและนิ้วเท้าเพื่อผ่อนคลาย

2. ท่านวดขาด้านนอก

การนวดขาด้านนอกนั้นจะแตกต่างจากการนวดขาด้านใน โดยจะมีแนวนวดอยู่ 2 แนว ดังต่อไปนี้

  • แนวนวดที่ 1 อยู่บริเวณเนื้อต้นขาด้านนอก ถึงบริเวณเหนือหัวเข่า
  • แนวนวดที่ 2 อยู่บริเวณกึ่งกลางขาท่อนล่างใต้ข้อเข่าด้านข้าง จนถึงบริเวณตาตุ่มด้านนอก
  1. ให้เริ่มนวดขาด้านนอกข้างขวาก่อน โดยให้ใช้อุ้งมือข้างขวากดในลักษณะซ้อนมือ หรือไม่ก็ใช้ข้อศอกข้างขวากดเพื่อเพิ่มแรงกดก็ได้ ซึ่งจะต้องกดไปตามแนวนวดที่ 1
  2. จากนั้นให้นวดตามแนวนวดที่ 2 โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดในลักษณะ คว่ำมือกดเรียงนิ้วให้ต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งไปถึงตาตุ่มด้านนอก
  3. หลังนวดขาด้านนอกก็ให้นวดคลายหลังเท้าและนิ้วเท้า จากนั้นก็ ให้นวดสลับกันทั้ง 2 ข้างทั้งซ้ายและขวาของขาด้านในและขาด้านนอก

วิธีการนวดแก้ปวดเมื่อยหลัง

ในการนวดแก้ปวดเมื่อยหลังนั้น เหมาะสําหรับผู้ที่ต้องก้มทํางานเป็นเวลานาน หรือมีการยืดกล้ามเนื้อหลังเป็นเวลานาน ซึ่งจะนวดในบริเวณกล้ามเนื้อข้างกระดูกสันหลังตั้งแต่บริเวณบั้นเอวจนถึงใต้กระดูกซี่โครงด้านหลัง โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เริ่มต้นให้อยู่ในท่าเตรียม โดยนั่งคุกเข่า ตัวตรง
  2. ให้เท้าสะเอวแล้วใช้หัวแม่มือทั้ง 2 ข้าง กดบริเวณกล้ามเนื้อหลังในแนวนวด โดยให้กดเรียงขึ้นไปตั้งแต่บริเวณบั้นเอวจนถึงใต้กระดูกซี่โครง ได้ประมาณ 4 จุด
  3. ท่าเช็ดคาง ขั้นตอนนี้เริ่มจากการใช้หลังมือขวาทามใต้คาง จากนั้นก็ลากมือจากทางซ้ายไปขวาให้หลังมือกดแน่นกับใต้คางพอประมาณ ต่อมาให้เปลี่ยนมาใช้มือซ้ายทําแบบเดียวกัน นับเป็น 1 ครั้ง ให้ทําเช่นนี้ซ้ำกัน 10 ครั้ง
  4. ท่ากดใต้คาง ขั้นตอนนี้เริ่มจากการใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างกด ใต้คาง โดยให้ปลายนิ้วตั้งฉากกับคาง แล้วใช้แรงกดพอประมาณ นับ 1-10 จากนั้นเลือนจุดกดห่างจุดเดิม 1 นิ้วมือ แล้วกดทําเช่นนี้ให้ทั่วใต้คางเฉพาะทางด้านหน้า ควรได้ประมาน 5 จุดทางหู โดยกางนิ้วกลางและนิ้วชี้คีบอย่างหลวมๆ จากนั้นให้วางมือแนบสนิทกับแก้ม แล้วถูขึ้นลงแรงๆ นับเป็น 1 ครั้ง ให้ทําซ้ำกัน 10 ครั้ง
  5. ท่าตบท้ายทอย ขั้นตอนนี้เริ่มจากการใช้ฝ่ามือปิดหู โดยที่มือซ้ายปิดหูซ้าย มือขวาปิดหูขวา จากนั้นให้นิ้วทั้งหมดอยู่ตรงท้ายทอยโดยที่ปลาย นิ้วกลางจรดกัน แล้วกระดิกนิ้วให้มากที่สุดพร้อมกับตบที่ท้ายทอยทั้ง 2 มือ ด้วยความแรงพอประมาณ ทําเช่นนี้ซ้ำกัน 10 ครั้ง โดยไม่ต้องยกฝ่ามือออกจากหูขณะตบท้ายทอย

สรุป

และนี่ก็คือวิธีนวดแบบง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน หากว่าเรามีอาการปวดเมื่อยขึ้นมา ก็สามารถผ่อนคลายร่างกายเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองตามนี้เลย แต่หากว่ามีอาการเมื่อยมากขึ้น และไม่ยอมหาย สักที เราสามารถไปให้หมอนวดที่มีความเชี่ยวชาญ ช่วยนวดแก้อาการปวดเมื่อยให้เราได้

Summer Teas เราจะสุขภาพดี กินอิ่ม นอนหลับ แข็งแรงไปด้วยกัน

อ่านบทความเพิ่มเติม คลิก